ภาพลักษณ์ของทองคำขาว

ถึงแม้ว่า การรับซื้อทองคำขาวไม่ได้โดดเด่นเท่ากับการรับซื้อเพชร การรับซื้อทองเค การรับซื้อเพชรร่วง การรับซื้อเครื่องประดับต่างๆ แต่ตั้งอดีตจนถึงปัจจุบันนี้การรับซื้อทองคำขาว ก็ยังมีคนสนใจอยู่เรื่อยมา คุณสามารถสังเกตได้จากร้านรับซื้อเครื่องประดับต่างๆ ที่ยังมีบริการรับซื้อทองคำขาว การขายทองคำขาวอยู่ การรับซื้อทองคำและการขายทองคำขาวยังลุกลามเข้าไปถึงการค้าแบบอีคอมเมิร์สหรือการค้าขายออนไลน์ ผ่านช่องทางต่างๆเป็นบนออนไลน์ อาทิเช่น ไลน์รับซื้อทองคำขาว เฟสบุ๊ครับซื้อทองคำขาว เว็บไซค์รับซื้อทองคำขาว เว็บบอร์ดรับซื้อทองคำขาว ซึ่งวิธีหาซื้อทองคำขาวและต้องการรับซื้อทองคำ เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นบ่งบอกถึงภาพลักษณ์และบ่งบอกถึงความต้องการของผู้คนที่มีต่อทองคำขาวอยู่ บทความนี้เราจะมาพูดถึงภาพลักษณ์ของทองคำขาวกัน
– น้ำหนักหายง่าย ซึ่งภาพลักษณ์จะมีคนพูดถึงมากที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้การรับซื้อทองคำขาวลดน้อยถอยลง จากเหตุผลที่ว่าน้ำหนักของทองคำขาวจะหายไปได้ง่าย เพราะ ระหว่างการใช้งานของทองคำหรือการเก็บรักษาทองคำขาว โอกาสที่น้ำหนักของทองคำขาวจะหายไปง่ายกว่าทองคำทั่วๆไป
– ทองคำขาวมีลักษณะเนื้อที่อ่อนง่ายและยุบง่าย เป็นเหตุผลอีกหนึ่งข้อที่ทำให้ปริมาณการรับซื้อทองคำขาวลดน้อยลง เนื่องจากเหตุผลการใช้งานที่ผ่านมาๆของหลายๆคน ที่พบว่า ทองคำขาว หากกระทบหรือชนกับวัสดุอื่นๆแบบจังๆ ทองคำขาวนั้นจะยุบง่ายหรืออาจทำให้เครื่องประดับจากทองคำขาวเสียรูปทรงไปเลย จนทำให้ผู้คนไม่กล้ารับซื้อทองคำขาวไว้กับตัว
– ราคารับซื้อทองคำขาวมากับขายทองคำขาวออกมีโอกาสขาดทุน ทองคำขาวถือเป็นเครื่องประดับที่ได้นิยมในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่เท่ากับ ทองคำ เพชร เงิน อื่นๆ เนื่องจากราคาทองคำขาวที่เป็นทองคำบริสุทธิ์น้ำหนักของทองมีโอกาสหายได้ง่าย จนทำให้เวลานำออกไปขายจะทำให้น้ำหนักของทองคำขาวนั้น ลดน้อยลง ดังนั้น ราคารับซื้อทองคำขาวจะลดลงตามน้ำหนักไปด้วย
– หากเทียบราคารับซื้อทองคำขาวกับราคารับซื้อเครื่องประดับอื่นๆแล้ว ราคารับซื้อทองคำขาวและขายทองคำขาวจะสูงกว่าเครื่องประดับจาก เพชร ทองคำ เงิน ทองเค อื่นๆ ถึง 2-3 เท่า นั้นก็เป็นเรื่องดีที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากวันหนึ่งมีทองคำขาวอยู่ในมือ แล้วช่วงนั้นมีคนต้องการรับซื้อทองคำขาวของคุณ คุณก็สามารถขายออกไปได้
ถึงแม้ภาพลักษณ์ของทองคำขาวจะได้ดูดีไปซะทั้งหมด แต่ต้องยอมรับเลยว่าเจ้าทองคำขาวบริสุทธิ์นี้ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว เนื่องจากตลาดการรับซื้อทองคำขาวยังคงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ และยังมีการเพิ่มการรับซื้อทองคำขาวและขายทองคำขาวไปยังการค้าขายรูปแบบใหม่อีกด้วย รวมไปถึงราคารับซื้อทองคำขาวจะมีมูลค่ามากกว่าเครื่องประดับอื่นๆ ถึง 2-3 เท่า

Tel: O82-223-4185  Line: @rolex99

ทอง14K

 

Karat Gold หรือทองเค ก็คือทองแท้ เป็นทองคำแท้ที่มีเนื้อทองมูลค่าตาม K ที่กำกับไว้นั่นเอง บางคนเข้าใจว่าทองเคไม่ใช่ทอง นั่นเป็นการเข้าใจผิด และที่ว่าร้านทองทำไม ไม่รับซื้อก็ยิ่งผิดใหญ่ เพราะร้านทองก็รับซื้อเหมือนกัน (แต่เฉพาะบางร้านนะค่ะ) เพราะบางร้านจะรับซื้อทอง96.5 % หรือทอง99.99% เท่านั้น และถ้าร้านที่รับซื้อทอง ร้านจะประเมินราคารับซื้อในราคาเนื้อทองที่เป็น % อยู่ในทองเคค่ะ
ทอง 14K จะมีเนื้อทองอยู่ที่ 58.3% ซึ่งทอเคนั้นจะมีมูลค่าของเนื้อทองที่แตกต่างกันออกไป เริ่มตั้งแต่มากสุดได้แก่ 24 K ซึ่งจะมีเนื้อทองที่มูลค่า 99.99% ไปจนถึง 9 K ซึ่งจะมีเนื้อทองอยู่ที่ 37.5% นี่เองคือเหตุผลที่ว่าทำไมเมื่อนำทองเคไปขายแล้วจึงได้ราคาที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เพราะ % ที่เป็นมูลค่าของเนื้อทองคำที่ผสมอยู่ในเนื้อทองเคนี่เอง ปกติเราจะไม่รู้ว่าทองเคที่เรานำไปขายจะมีมูลค่าของเนื้อทองอยู่ที่เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับร้านทองที่รับซื้อจะเป็นผู้บอก และกำหนดราคาให้ ซึ่งถ้าเราพอใจก็เป็นอันว่าการซื้อ-ขายครั้งนั้นสำเร็จ แต่ถ้าไม่ตกลงก็จะไม่มีการซื้อขายกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วเมื่อร้านทองที่รับซื้อบอกราคาส่วนใหญ่ผู้ขายก็มักไม่มีปัญหาอะไร เหตุผลเพราะทองมีเนื้อทองผสมอยู่ไม่มาก
ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่าทองเคก็คือทองคำแท้ ๆ นี่เอง แต่สำหรับคนไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับคำว่าทอง K แต่จะคุ้นเคยกับการเรียกทองคำเป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่า เช่น ทองรูปพรรณหรือทองแท่ง 96.5% ที่ขายกันอยู่ตามร้านทอง ซึ่งหากเปลี่ยนหน่วยเป็นทอง K แล้ว จะมีค่าเท่ากับ 23.16 K นั่นเอง ปกติแล้ว ทอง 100% (หรือ 99.99%) และทอง 96.5% จะมีความอ่อนมาก จึงไม่เหมาะกับการทำเป็นเครื่องประดับฝังเพชรพลอย เพราะจะทำให้หลุดออกจากตัวเรือนได้ง่าย จึงนิยมนำมาทำเป็นทองแท่งและทองรูปพรรณมากกว่า ดังนั้น ร้านจิวเวลรี่บ้านเราจึงใช้ทอง 14K-18K มาทำจิวเวลรี่เสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีความแข็งแรงและคงทน ความแข็งแรงนี้เกิดจากการนำทองคำแท้ มาผสมกับโลหะที่มีมูลค่าอื่น ๆ เช่น เงิน ทองแดง สังกะสี ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้สีของทองคำเปลี่ยนไป แต่ไม่มากเนื่องจากยังคงมีสีที่โดดเด่นอยู่เหมือนเดิม แต่ทำให้มีผลดีต่อทองคำมากกว่า
สำหรับการเลือกทองว่าแบบไหนเหมาะสมกับคุณ ตรงนี้ก็ต้องแล้วแต่ความต้องการและงบประมาณของแต่ละคน บางคนงบน้อยแต่อยากใส่เครื่องประดับทองก็สามารถใส่เปอร์เซ็นต์ทองน้อยหน่อย ส่วนบางคน ซื้อเพราะต้องการลงทุนหรือขายต่อในอนาคต ก็อาจเลือกเปอร์เซ็นต์สูงไว้ก่อน